2007/Apr/29

ถ้าผมเป็นพระจันทร์ละก็...ตอนนี้ผมคงกำลังจะเต็มดวง พอเปิดเทอมคงจะเพรียวลงบ้าง 
ผมเองรู้สึกว่าตัวเองพองขึ้นกว่าเดิมมาก ตอนแรกคิดว่าอุปทานไปเอง แต่พอเพื่อนๆบอก "เฮ้ย มิ่ง มึงพลุ้ยมากจริงๆนะ"
ผมเองก็คิดลดความอ้วนอยู่เหมือนกัน ผมเลยพยายามออกกำลังกาย หาหลักปฏิบัติต่างๆมาลดน้ำหนัก คิดจะไดเอ็ตมานาน
แล้วแต่ก็...
คำว่าไดเอ็ต
Diet ภาษาอังกฤษเขาแปลว่า อาหารครับ นี่คือความหมายแรก ที่มาของคำนี้มาจากภาษาลาตินยุคกลาง Dieta แปลว่า 
เงินค่าอาหารต่อวัน หรือ สัดส่วนอาหารที่จัดให้ในแต่ละวัน ก็ได้ครับ ซึ่งน่าจะมาจากคำว่า Diaeta ในภาษาลาติน แปลว่า
วิถีชีวิตที่ถูกวางไว้ และคำนี้ก็มาจาก ภาษากรีก คำว่า Diaita แปลว่า ธรรมเนียมปฏิบัติ และไล่ไปจนถึงรากสุด จะได้คำ
ว่า Diainisthaiแปลว่าแยกออก คัด(อาหาร) ต่อๆมา คำนี้เกิดความหายในแง่วิถีทางที่จัดไว้ และเมื่อรวมกับความ
หมายว่า อาหารแล้ว ในศตวรรษที่14 จึงนำคำนี้มาใช้ในรูป put sb on a diet แปลว่าควบคุมอาหารเพื่อลดความ
อ้วน ปัจจุบันก็ใช้ในรูป to be on a diet หรือ
go on a diet อย่าลืมนะครับ dietเฉยๆ แปลว่าอาหาร
ตัวอย่างประโยค


Bamboos are Panda's main diet.
ไผ่เป็นอาหารหลักของหมีแพนด้า (diet มักใช้ไนแง่อาหารสัตว์)
Mary stopped eating creamy cake, recognizing she's on a diet.
แมรี่หยุดกินเค้กเพราะเพิ่งนึกได้ว่ากำลังลดน้ำหนัก
อีกความหมายหนึ่ง ในภาษาอังกฤษก็คือ คณะกรรมการพิจารณาต่างๆ ที่มาก็มาจากคำว่า dietaนั่นแหละที่มีสอง
ความหมาย นั่นคือสภา การรวมตัว แต่ในญี่ปุ่น สภาไดเอ็ต คือ สภานิติบัญญัติครับ
อีกเรื่องที่ผมสังเกต
คืออย่างนี้นะครับ ภาษาไทยเนี่ย ประโยคส่วนใหญ่ถ้าเราสลับตำแหน่งความหมายมันจะเปลี่ยน เช่น

หมากัดคน คนกัดหมา แอนบอกออย ออยบอกแอน มองทางไม่เห็น ไม่เห็นมองทาง
ลดน้ำหนัก น้ำหนักลด ด้วยใช่ไหมครับ

ลดน้ำหนัก ฝรั่งเขาว่า be/go on a diet
แต่ น้ำหนักลด นี่ lose weight นะครับ

ถ้าเราบอกว่า
Mary is on a diet.
แมรี่ลดน้ำหนัก
Mary loses her weight.
แมรี่น้ำหนักลด
ส่วนน้ำหนักเพิ่ม ใช้
gain weightนะครับ
ก่อนลดอ้วน



อย่าเพิ่งนะครับ คุณลองคำนวณค่า BMI หรือ Body Mass Indexดูก่อน ภาษาไทยเรียกดัชนีมวลกาย บางทีเรียก
ค่าความหนา
ของร่างกาย วิธีคำนวณก็เอาน้ำหนักเป็นkg หารด้วย ส่วนสูงเป็น เมตรที่ยกกำลังสองแล้ว เช่นๆ
สมมติ ผมหนัก 83 kg สูง 175 cm หรือ 1.75เมตร (อาจจะเป็นจริงก็ได้ ผมยังไม่ได้ช่างน้ำหนักเลย กลัว)

ก็เอา 1.75คูณ1.75ก่อน จะได้ 3.0625 แล้วก็เอาไปหาร83จะได้27.102040816326530612244897959184
เสร็จแล้วมาดูเกณฑ์นะครับ
ต่ำกว่า 19 น้ำหนักน้อยเกิน
19-25 น้ำหนักปกติ
26-29 น้ำหนักเกิน
30-34 อ้วน
35-60 อ้วนมาก เป็นโรคอ้วน

ผมคำนวณทีไร อยู่ในเกณฑ์ น้ำหนักเกินตลอด เพราะความสูงช่วยไว้ แต่ตอนนี้ ผมใกล้หยุดสูงแล้ว ผมคงต้องลดจริงๆแหละ


คนอ้วนไม่ดีตรงไหน

น่าตกใจไหมครับถ้าผมบอกว่า จากการทำโพล สอบถามนักศึกษาชาวอังกฤษ พบว่า พวกเขายอมเลือกแต่งงานกับคนติดยา
หรือโจร มากกว่าคนอ้วน แย่จังเลยคนเรา คนอ้วนมันไม่ดีตรงไหน สเปกผมไม่ใช่คนผอมเพรียวนะครับ ผมชอบคนท้วมนิดๆ
กำลังน่ารักอะครับ เอ๊ะมึงจะประกาศหาคู่ หรือเขียนบทความวะ

จริงๆ คนเราไม่ควรจะดูกันที่รูปลักษณ์ภายนอกนะครับ ผมรู้จักกับคนท้วมๆ อ้วนๆ นิสัยดีๆตั้งหลายคนแน่ะ แต่ผมว่าพิษภัย
ในที่นี้ ไม่ใช่พิษภัยต่อคนอื่น แต่เป็นพิษภัยของโรคที่จะเกิดต่างหาก มีอะไรบ้าง
โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง อันนี้ใครๆก็รู้ เบาหวาน เนี่ยก็รู้อยู่แก่ใจ รู้ไหมเป็นเบาหวาน ไม่ใช่แค่ฉี่หวานตามชื่อนะ เป็นแผล
ก็หายช้า เพราะน้ำตาลในเลือดมันมาก สมานแผลยาก ตาก็มีสิทธิ์บอด คนอ้วนเป็นตับแข็งได้ แม้ไม่ดื่มเหล้าเพราะ
คาร์โบไฮเดตที่เราทานเยอะๆ จะไปสะสมในกล้ามเนื้อและตับ เมื่อสะสมมากๆจะเปลี่ยนเป็นไกลโคเจนและไขมันในที่สุด
ตับแข็งก็คือมีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อตับ อีกโรคคือมะเร็งลำไส้ครับ
สรุปก็คือ ผมว่าอ้วนได้นะครับ แต่ต้องสุขภาพดี


Robert Atkins ดีจริงเหรอ
วิธีหนึ่งที่ชาวบ้านชาวเมืองกำลังสนอกสนใจคือวิธีของลุงแอตกินส์ ลุงแกว่า ที่เราอ้วน เราอ้วนเพราะคาร์โบไฮเดต ก็อย่าทาน
วิธีนี้ดูworkครับ คนอ้วนส่วนใหญ่ชอบวิธีนี้ เพราะเราชอบของมันทานของมันได้ มีความสุขครับ พี่เภา รัฐพล ก็กำลังลดความ
อ้วนด้วยการกินเนื้อย่าง ลุงแอตกินส์บอกว่า ควรงด ผัก ผลไม้ แป้ง เพราะว่ามีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตอยู่ ลุงบอกอีก
ว่า เมื่องดคาร์โบไฮเดรต แล้วเพิ่มไขมันกับโปรตีน จะกระตุ้นภาวะคีโตซิส ซึ่งจะเผาผลาญไขมันได้เอง ดูดีนะครับ
แต่ คุณ ดีน ออร์นิช นักโภชนาการอเมริกันบอกว่า แอตกินส์ดี แต่ ต้องแลกกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ เพราะในระยะยาว
วิธีของลุงแอตกินส์ ทำให้เป็นโรค มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก โรคหัวใจ ท้องผูก ปวดหัว มีกลิ่นปาก คุณดีนบอกว่า
วิธีแก้คือ ควรทานคาร์โบไฮเดรตแบบโครงสร้างซับซ้อน พวกผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง โฮลวีท ไขมันก็ควรจะลดด้วย
งานวิจัยจากวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์บอกว่า พวกแอตกินส์ได้ผลในระยะสั้น พอระยะยาวน้ำหนักจะค่อยๆเพิ่มเท่า
พวกลดแบบปกติ
ตอนนี้ลุงแอตกินส์เสียชีวิตแล้วครับ เขาบอกก่อนตายว่าห้ามใครชันสูตรศพ น่าแปลกนะครับ ทำไมล่ะ
โภชนบัญญัติ ๙ ประการ

เก้าข้อนี้จากกระทรวงสาธารณสุขของเราครับ น่าปฏิบัติตามมากๆ จะอ้วนจะผอม เหมาะหมดเลยครับ

๑.กินครบ๕ หมู่ อย่างหลากหลาย
๒.กินอาหารแป้งหลายๆแบบ
๓.กินผักผลไม้มากๆ
๔.ห้ามขาดโปรตีน
๕.ดื่มนมให้พอเหมาะ
๖.ลดไขมัน
๗.งดรสจัด
๘.กินอาหารสะอาด
๙.งด/ลดแอลกอฮอล์ สิ่งเสพย์ติด


ไปแล้วครับ อย่าลืมรักษาสุขภาพนะครับ

2007/Apr/05

ว่านคืออะไร
นักร้องค่ายทรูแฟนเทเชีย (พูดชื่อค่ายนี้แล้วแสลงใจ) ชื่อจริง ธนกฤต พาณิชวิทย์ ตอนนี้เป็นดีเจ ดารา
และนักแต่งเพลงด้วย แต่เราคงไม่พูดถึงคนนี้ (เชื่อว่าคนอ่านน่าจะเดาได้ว่า มันต้องไม้นี้แน่ๆ)
งั้น ว่านคือ นักแสดงค่ายexact ชื่อจริง ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง เล่นละครหลายเรื่อง 
เอาล่ะ เลิกกวนตีนคุณผู้อ่าน ไม่งั้นจะโดนหลายร้อยบาท (บาทที่แปลว่าเท้า)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายไว้ว่า ว่านคือ ชื่อเรียกพืชบางชนิดที่มีหัวบ้าง
ไม่มีหัวบ้าง ใช้ทำยาบ้าง หรือเชื่อกันว่าทำให้อยู่ยงคงกระพันและเป้นสิริ
มงคล แล้วมันอะไรล่ะนี่ มีหัวมั่ง ไม่มีหัวมั่ง
คำนิยามของคำว่าว่าน ค่อนข้างคลุมเครือตั้งแต่โบราณแล้วครับ แต่เราก็พอจะสรุปได้ว่า ไม้ว่าน ศักดิ์สิทธิ์
มีอำนาจเวทย์ สวยงาม เป็นสมุนไพร มักจะเลี้ยงเป็นไม้ใบมากกว่าไม้ดอก คนนิยมปลูกกันมาแต่โบราณ เพราะ
ว่านบางชนิดเฝ้าบ้านให้ได้ จริงๆ ถ้าบ้านใครสงบๆหน่อยแล้วปลูกว่าน ลองเงี่ยหูฟังตอนกลางคืน จะได้ยินเสียง
ว่านคุยกัน เสียงว่านร้อง โบราณเขาว่างี้จริงๆ สุนทรภู่ก็เคยได้ยินเสียงว่านพญากระบือร้องในป่า ร้องเหมือนควาย
จริงๆยิ่งถ้ามีคนบุกบ้าน บรรดาว่านจะส่งเสียงให้เซ็งแซ่ เหมือนคนคุยกัน เป็นการเตือนเจ้าของ
เคยรู้เรื่องอย่างนี้บ้างไหมเนี่ย ผมเองก็เพิ่งเคยรู้เมื่อไม่นานนี้เอง บ้านผมคุณยายก็ปลูกว่านไว้หลายชนิดจนผมงง
ไปหมด บุญวาสนาผมก็ยังทำให้ผมไม่ทันได้ฟังว่านร้องสักที
ว่านแบ่งกันได้เป้นหลายวงศ์ หลายชนิด แบ่งเป็นวงศ์ได้ดังนี้ วงศ์พลับพลึง วงศ์เปล้า วงศ์ทานตะวัน วงศ์ลิลี่ วงศ์ขิง
และ วงศ์บอน และยังมีอีกหลายๆวงศ์ที่นับเป็นว่าน แต่ก็เป็นส่วนน้อย โบราณว่า ว่านเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นไม้
มงคล มีอาคมแฝงอยู่ หากจะปลูก โบราณให้ปลูกเดือนหกวันอังคาร หรือไม่ก็ เดือนสาม วันอังคาร ปีขาล ห้าม
ไก่และนกยูงบินข้าม สัตว์สองชนิดนี้ จะทำลายอาคมของว่าน ทำให้ว่านสิ้นฤทธิ์ ถ้าจะให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์
ต้องเอาแผ่นทองแดงลงอักขระวางรองก่อนจะลงดิน รดน้ำก็ต้องเสก จะเอาหัวว่านขึ้นก็ต้องเสก
ว่านมีฤทธิ์ต่างๆมากมาย ทั้งป้องกันขโมยขโจร ป้องกันภูตผีปีศาจ กินแล้วอยู่ยงคงกระพัน 
มากๆเข้าก็เหาะเหินเดินอากาศ อยู่ยงคงกระพัน(ว่านพวกนี้มีฤทธิ์แค่ชั่วเบา หมายความว่า
กินหัวเข้าไป แล้วฉี่ออกมา ก็หมดฤทธิ์)อาบน้ำว่านหุงน้ำมันจะฟันแทงไม่เข้า (ของทำลายฤทธิ์ก็คือของมีคม
ป้ายขี้ไก่ ขี้นกยูง แล้วแทง ชุบน้ำว่านมาก็เจ๊ง)ถ้าสรรพคุณตามธรรมดาก็รักษาโรคได้ตามแต่ชนิดของว่าน
นั่นแหละ จะลองแนะนำให้คุณรู้จักกับว่านต่างๆที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักนะครับ ขอขอบคุณ www.panmai.com
  ว่านสี่ทิศ ทำให้ทำมาค้าขึ้น ช่วงที่บานครบสี่ดอกนั้น คิดอะไรก็สำเร็จ หากบานไม่ครบสี่ดอก จะเป็นลางร้าย
เตือนผู้ปลูก


ว่านนกคุ้ม ช่วยกันภัยต่างๆ โดยเฉพาะไฟไหม้
ว่านมหาลาภ เป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าปลูกแล้วออกดอกงอกงามจะได้ทรัพย์จากการเสี่ยงโชค
แต่ถ้าไม่ ก็ตรงกันข้าม ว่านมหาลาภควรปลูกวันศุกร์ข้างขึ้น
ว่านรางนาก เป็นว่านเมตตามหานิยม เรียกลูกค้า
ว่านเสน่ห์จันทร์เขียว ทำให้มีแต่คนรักคนชอบ มีแต่มิตร มีแต่ลูกค้า มีแต่แขกเหรื่อมาเยี่ยมเยียน 
ว่านเสน่ห์จันทร์แดง เปลี่ยนจิตอาฆาตให้เป็นจิตเมตตาได้ เปลี่ยนศัตรูเป็นมิตรได้ 
ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว เป็นว่านเสน่ห์ของหนุ่มสาว เรียกคน เรียกลูกค้าได้

ว่านเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์ ช่วยด้านการค้าและเมตตามหานิยม นำหัวว่านขึ้นมา แกะเป็นรูปพระแล้วแช่ในน้ำมัน
จันทน์ แล้วเสกคาถา นำน้ำมันมาทาหน้าผาก ผู้คนจะเมตตา เอ็นดู ถ้าทาตัว จะแคล้วคลาดจากภัย คงกระพัน
เอาน้ำมันใส่หัวใส่มือ จะสมปรารถนา ทำกิจการสำเร็จ
 
ผมคิดว่าที่มีเสน่ห์จันทร์แล้วต่อด้วยสี เป็นสีของก้านน่ะครับ ส่วนว่านเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์นี่ก็ไม่ทราบจริงๆ
ว่ามาจากคำว่าอะไรยังไง ผมเคยได้ยินว่า ถ้ามีใครมีอะไรกันในบริเวณที่มีว่านเสน่ห์จันทร์ ดอกว่านจะส่งกลิ่น
ส่วนวิธีปลุกเสก หุงน้ำมันว่านเสน่ห์จันทร์จริงๆละเอียดกว่านี้ ให้ลองหาอ่านหนังสือ โชคลาง*สัญญาณ*สังหรณ์
ของ คุณพลูหลวง สำนักพิมพ์เมืองโบราณ
ว่านมหากาฬ ป้องกันอันตราย เสริมบารมี
 
ว่านหนุมาน มีฤทธิ์ชั่วเบา หัวใช้แกะเป็นรูปพญานาคแล้วพกติดตัว ทำให้เกิดเมตตามหานิยม แกะเป็นรูปพระ
จะแคล้วคลาดจากภยันตราย
 
ว่านเศรษฐีเรือนนอก/กลาง/ใน สามต้นนี้บันดาลเงินทอง สร้างสิริมงคล (รูปเรียง นอก/กลาง/ใน)



ยังมีว่านแปลกอื่นๆอีก เช่นว่านมหาเสน่ห์หรือว่านดอก... (เซนเซอร์)ดมเข้าไปจะเกิดตัณหาราคะ เอาหัวบด
ทาผสมสีผึ้งทาปาก ทาแล้วจีบหญิงติด พูดกับใคร ใครก็รัก ว่านมหาเมฆ ถ้าปลุกเสกคืนที่เกิดจันทรุปราคา
ปลุกเสกจนถึงพระจันทร์มืดไป แล้วเอามาทา จะล่องหนได้ ว่านอึ่ง ทาแล้วใครตีจะยิ่งพอง และอื่นๆ
ลองหาอ่านดูนะครับ
ถ้าบ้านใคร มีฐานะหน่อย ยังไม่ได้ปลูกต้นไม้ก็ลองปลุกว่านดูสิครับ สีเขียวบนโลกชักเหลือน้อยแล้วครับ

edit @ 2007/04/05 19:23:47

2007/Feb/10

ผมเองเป็นคนขี้ลืม
แต่ถึงจะเป็นคนขี้ลืม ก็ยังจำเรื่องบางเรื่องได้ เรื่องนั้นก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับการลืมและความสะเพร่าอีกนั่นแหละ
คือตอนนั้นผมจำได้ว่า ผมเรียนเลขกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ชื่อ อาจารย์กัตติกา อาจารย์ท่านนี้จะเป็นคนใจดี รักเด็กๆ
ทุกคน ดุเด็กที่ไม่เรียนหนังสือตามธรรมดาของครู เด็กที่ไม่ถูกดุก็จะมีอยู่กลุ่มหนึ่ง เช่น สมสินี(ยิ้ม) ปาลิดา(รีน่า)
ทิพย์กัญญา(ไอติม) ณัฐณิช(อุ้ม) เกียรติภูมิ(จ้า) อิศรา(ขวัญ) วัฒนศักดิ์(ทอง) ฯลฯ รวมถึงตัวผมเองด้วย
อาจารย์กัตติกามักจะมอบหมายให้ผมรวบรวมสมุดเลขไปส่งที่ห้องหมวดเลข และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่อาจารย์นำสมุดมาคืน
แล้วก็แปลกใจ
"ณัฐณิชยังไม่ส่งครูเหรอคะ"
"หนูส่งแล้วนะคะ"
อาจารย์กัตติกาเชื่อใจอุ้มครับ อาจารย์จึงอนุญาตให้อุ้มไปหาหนังสือแล้วค่อยมาส่งทีหลัง พอหมดคาบ
เป็นคาบพักกลางวัน ผมเปิดเอาสมุดเก็บใส่กระเป๋าก็เจอกับสมุดหนาๆสีเขียวๆเขียนว่า
"ด.ญ.ณัฐณิช สุรวุฒิพงศ์ ม.3/5 วิชาคณิตศาสตร์หลัก ผศ.กัตติกา ตังธนกานนท์"
ผมหยิบมันขึ้นมา เงยหน้าเห็นเจ้าของสมุดยืนอยู่กับรีน่าและยิ้ม กลุ่มนี้เขาเป็นแก๊งครับ ทั้ง
ยิ้ม รีน่า อุ้ม (ไอ)ติม ....
"อุ้มๆ"ผมเรียก
"อะไรเหรอ"อุ้มถาม
"เราเจอสมุดอุ้มแล้วล่ะ กองสมุดที่เราจะเอาไปส่งมันไปรวมกับสมุดเราน่ะ ตอนเราเอาของใส่กระเป๋า
ก็เลยติดสมุดอุ้มมาด้วย ขอโทษนะ"ผมอธิบายพร้อมขอโทษเสร็จสรรพ
"มิ่งง่ะ" อุ้มว่าผม
"มิ่งเป็นขโมย เดี๋ยวเราจะบอกอาจารย์กัตติกา" รีน่าขู่
"ใช่ๆ มิ่งเอาสมุดอุ้มไป" ยิ้มตอกย้ำ
	ผมรู้สึกผิดมากเลยตอนนั้น อุ้มตามจดงานกับเพื่อนๆ แล้วก็ไม่ได้โกรธอะไรผมมากหรอก พอเทอมปลาย
อุ้มก็ไปเรียนที่บางกอกพัฒนา ผมจึงไม่ได้เจออุ้มอีก เจอกันอีกทีก็งานปีใหม่โรงเรียน งานกีฬาสี หรือสาธิตสามัคคี
ยิ้มเป็นประธานกีฬาทั้งหลาย สาธิตสามัคคีอุ้มก็มาหายิ้ม กีฬาสีสีม่วง อุ้มก็มา อุ้มและบรรดาเพื่อนที่ออกไปก่อน
จะมารวมกันในวันที่มีงานใหญ่ๆของรุ่น
รวมถึงงานวันอำลา ม.6
โรงเรียนผมจัดงานวันอำลาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2550ครับ แต่เราทำให้มันเป็นวันอำลาตั้งแต่วันที่5แล้วครับ 
ไม่ค่อยจะเรียนกันเท่าไร มีแต่ถ่ายรูป อัดวีดีโอ เขียนเสื้อ วันที่6 จะเน้นเขียนเสื้อ เขียนผ้าใบกันครับ
ผมก็นั่งเขียนเสื้อเยอะอยู่เหมือนกันครับ หลังจากคาบ3วิชาเหตุการณ์ปัจจุบัน (คาบนี้ศิลป์คำนวณเรียนครับ
และต้องออกไปเรียนห้องอื่น) ผมกลับมาที่ห้องเห็นยิ้มกำลังคุยโทรศัพท์ เราเองไม่ได้ใส่ใจอะไร
รอเรียนวิชาแนะแนว วิชาต่อไป สักพักได้ยินเสียงยิ้มพูดว่า
"สุรวุฒิพงศ์ค่ะ" เหมือนตอบปลายสายอะไรสักอย่าง ผมยังคงงงๆ สักพักหันไปเห็น โย
กก เคท รีน่า นั่งล้อมยิ้ม ส่วนยิ้มร้องไห้อย่างหนัก น้ำตาไหลพรากๆ เสียงสะอึกสะอื้นดังจนคนอื่นประหลาดใจ
(แต่ไม่ค่อยมีใครอยู่ห้อง วิชานี้คนโดดเยอะ) ผมเองคิดว่า ยิ้มคงเสียใจที่จากเพื่อนๆไป แต่ดูไปดูมา
ยิ้มร้องไห้นานมาก ราวน้ำตาเป็นตาน้ำที่ไหลผุดอยู่เรื่อยๆ เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดจังหวะ พอหมดคาบ
ผมเดินไปที่หมวดแนะแนวเพื่อเช็คคะแนนต่ำสุด อ.เกศกรเจ้าของวิชาก็ถามขึ้น
"ยิ้มเป็นอะไรน่ะมิ่ง"
"ไม่ทราบครับตอนแรกผมคิดว่าคิดถึงเพื่อน แต่ผมก็ชักงง ต้องมีใครเป็นอะไรสักอย่าง"
ฉับพลัน คำว่า สุรวุฒิพงศ์ ก็แวบเข้ามาในหัวผม นั่นเป็นคำพูดที่ยิ้มพูดก่อนจะร้องไห้
	อุ้ม!
		ผมกดโทรศัพท์ถามโยทันที
"โย เกิดอะไรขึ้นกับอุ้ม"
"ยังไม่ชัวร์อะมิ่งเรื่องข่าว" โยตอบ เสียงยิ้มสะอื้นยังคงดังแทรกเข้ามา ผมจึงไม่กล้าถาม
อะไรไปมากกว่านี้
		สุดท้ายผมลงไปทานข้าวได้รู้ความจริงจากปากป่าน "มิ่ง คือ ครอบครัวอุ้มถูกยิงทั้ง
ครอบครัว"
	ผมแทบกินข้าวไม่ลง 
	เรื่องจริงเหรอ 
	และแทบจะไม่อยากเชื่อ เมื่อเณษฐ์เสริม "พ่อเขายิงหมดครอบครัวเลย แล้วก็ยิงตัวตาย 
มีปัญหาธุรกิจ"
	ผมขึ้นไปขอหมวดภาษาต่างประเทศดูข่าว เพราะอิศราบอกผมแล้วว่ามันออกข่าว 
จริงๆด้วย เพื่อนผม ณัฐณิช สุรวุฒิพงศ์ เสียชีวิตจริงๆด้วย
ข่าวเสริมอีกว่า พ่อเขากู้เงินมาแล้วไม่มีเงินใช้หนี้ ถูกขู่ฆ่ายกครอบครัว เขาจึงตัดสินใจฆ่าทุกคนแล้วฆ่าตัวตาย
เพราะเขาไม่ต้องการให้คนอื่นต้องมาอยู่อย่างทุกข์ทนเพราะปัญหาที่เขาก่อไว้
สมาชิกทั้ง5ของครอบครัวสุรวุฒิพงศ์ จบสิ้นลงแล้ว
กาลเวลาเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย กาลเวลาทำให้ผมเจอกับอุ้มเพื่อนที่แสนดี เจอกันทีไรก็แจกรอยยิ้ม
กาลเวลาพรากอุ้มไปจากผมเช่นกัน


มีคนบอกผมว่า คนเราเกิดมาเพื่อจากกัน ไม่ใช่พบ เพราะยังไงก็ต้องจาก

ก่อนจากกัน ทำอะไรดีๆด้วยกันก่อนได้ไหมล่ะ

ยังไม่ทันบอกเลย ว่าอุ้มเป็นเพื่อนที่น่ารักมาก จะไม่ลืมอุ้ม
ยังไม่ทันถามเลยว่าอุ้ม ยังโกรธผมเรื่องสมุดเลขอยู่รึเปล่า
ยังไม่ทันถามเลย ว่าอุ้มอยากเข้าคณะอะไร
ยังไม่ทันถามเลย ว่าอุ้มอยู่บางกอกพัฒนาแล้วเป็นยังไงบ้าง
อย่าช้า กาลเวลามีให้คุณมาก แต่บางครั้งเขาให้โอกาสคุณน้อย


อุ้มยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของทุกคนเสมอ

หลับตาเสียเถิดอุ้ม เดี๋ยวเธอจะไปสู่โลกใหม่อันแสนงดงาม


ลาก่อนอุ้ม
คิดถึงอุ้ม จะไม่ลืมอุ้มเลย
เห็นไหม...ผมไม่ใช่คนขี้ลืม