2009/Apr/12

กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน

               

                หลังจากห่างหายกันไปนานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

จริงๆกะมาปัดฝุ่นตั้งแต่มกราแล้วครับ แต่ยุ่งอยู่ (จริงจริ๊ง) ก็เลยมาตอนเมษา เผอิญคุณเพื่อนบอกให้อัพ ก็เลยมาอัพสักหน่อย

                จริงๆหัวข้อนี้จะอัพตั้งแต่ช่วงปีใหม่แล้วครับ แต่ผมขี้เกียจ เอ้ย ไม่ใช่ ผมยุ่งมากกก จริงๆนะครับ อย่างไรก็ตาม เห็นช่วงนี้เป็นปีใหม่ไทย ก็เลยหยวนๆ พอจะลงกันได้

          สมัยนี้ ทุกอย่างดูเป็นสูตรสำเร็จ รีบเร่ง รีบร้อน การ์ดอวยพรปีใหม่ที่พิมพ์ออกมาทีละพันสองพัน ก็มักจะมีข้อความเหมือนๆกัน หรูหน่อยก็จะบอกว่า เนื่องใน (ศุภ) วารดิถีขึ้นปีใหม่ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย (ตามความเชื่อพุทธ) และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก (เผื่อให้ศาสนาอื่น) จงดลบันดาลให้........................ ลำดับการอวยพรของแต่ละที่จะไม่เหมือนกัน หลายคนก็จะอวยพรให้มีเงินไหลมาเทมา มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขความเจริญ ได้เลื่อนยศตำแหน่ง อะไรก็แล้วแต่ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่คนปรารถนา เพราะเงื่อนไขต่างๆเหล่านั้น ล้วนทำให้เรามีที่ยืนในสังคม

                หมายความว่าไง

                หมายความว่า สิ่งต่างๆที่ถูกเอ่ยถึงในบัตรอวยพรปีใหม่ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับในสังคม เช่น ฐานะ ยศถาบรรดาศักดิ์ สุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ แสดงว่าเราให้คุณค่าแก่คนที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ ใครๆก็อยากเป็นคนแบบนี้

                มันอาจจะดูตลกถ้าผมขอให้ทุกคนมีความสุข ขอให้ทุกคนนิสัยดี ขอให้มีจิตใจที่สงบบริสุทธิ์ ทั้งๆที่จริงๆแล้ว มันอาจจะเป็นสิ่งที่เราต้องการมากกว่าด้วยซ้ำ

          แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ผมไม่ชอบนัก เวลามีคนส่งบัตรอวยพรปีใหม่ผมก็คือ การ์ดของเขา มีข้อความที่พิมพ์มาแบบเซ็ทไว้ แข็งทื่อแบบนั้น สำเร็จรูปแบบนั้น แล้วก็มีลายเซ็น จริงๆผมยินดีมากนะครับ ที่ทุกคนให้การ์ดปีใหม่มา แต่ถ้าเขาให้การ์ดแบบนั้นมา ผมไม่ค่อยชอบเท่าไร เพราะผมรู้สึกว่า มันไม่มีอะไรที่จะบอกผมได้เลยว่า ใครเป็นคนส่ง นอกจากลายเซ็น ยิ่งยุค(ที่พากันอ้างว่า) เร่งรีบอย่างนี้ มีแต่ตราประทับด้วยซ้ำ

                ผมอยากให้ทุกคน แสดงความเป็นตัวเอง เวลาอวยพรปีใหม่ ไม่ต้องอวยพรตามชาวบ้านเขา จริงๆแล้ว อาจจะเดินตามก็ได้ แต่สิ่งที่ผมอยากได้คือความจริงใจและความเป็นตัวเอง ข้อความนั้นเขียนเอง เช่น บางคนศรัทธาพระสยามเทวาธิราช ก็อาจจะเพิ่มพระสยามเทวาธิราชลงไป บางคนอยากขอบคุณเพื่อนก็ใส่ลงไปในการ์ดปีใหม่ หรืออื่นๆ

                อัตลักษณ์ก็คือ ตัวตนของเราที่ผ่านการต่อรองระหว่างค่านิยมของสังคมและการนิยามตัว
ตนของเราเอง (วรางคณา เหมศุกล
: 2552)   เช่น สังคมบอกว่าคุณเป็นผู้ชาย แต่ตัวคุณบอกว่าไม่ใช่ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ การต่อรอง ระหว่างสังคม (ผู้ชาย) และตัวเรา (ไม่ใช่ผู้ชาย) จนเกิดเป็นอัตลักษณ์ขึ้น ซึ่งก็แล้วแต่ว่า เราเชื่อสังคมหรือตัวเรามากกว่า

                ผมจึงขอนำเสนอข้อความจากมือถือที่เพื่อนๆส่งมาอวยพร ทุกคนก็ล้วนแสดงอัตลักษณ์กันเต็มที่เชียวครับ (ผมอาจจะไม่ได้ลงทุกคนนะครับ แต่ผมก็ขอขอบคุณทุกๆคนที่ส่งมาครับ)

                ข้อความแรก มาจากเพื่อนผม เป็นผู้หญิง ชื่อ พ. พาน ครับ

                สวัสดีปีไม่เก่า แถมเร้าใจ พรปีใหม่ ที่จัดให้ในปีนี้:

          ขอให้เพื่อนสาวที่ส่งข้อความนี้มา มีใบหน้าที่งดงามอร่ามตา ทั้งหรูหราเริ่ดแรดตลอดไป
                (ตกลงอวยเอง สวยเองซะงั้น)

 

                แหะ...

                ปีใหม่แระก็ขอให้แฮปปี้ปี้กันถ้วนหน้านะคะ^^

                หมายเห็ด*
                ไม่ได้พิมคำซ้ำอย่างไร้ความหมายนะจ๊ะ

 

                ผมชอบข้อความนี้จัง นำเสนอความเป็นตัวเธอได้มากเลยทีเดียวนะครับ คำบางคำสะกดผิดแบบรีบสะกด (เช่น พิม) แสดงให้เห็นว่า เธอเอาสะดวกเข้าว่า แต่บางคำก็จงใจพิมพ์ผิดให้ขำ เช่น หมายเห็ด รวมไปถึงนัยยะจงใจผิดอย่างไม่ ไร้ความหมายนะจ๊ะ ตามประสาเธอ ที่แสดงให้เห็นถึงความ เอ่อ ความ ช่างมันเถอะครับ จริงๆแล้ว เราก็เอาเรื่องทางเพศมาพูดเป็นเรื่องเล่นๆกันอยู่เสมอ ทั้งๆที่จริงๆแล้วเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวนะครับ สิ่งที่ทำให้ข้อความนี้ดูโดดเด่นน่าสนใจขึ้นมา เพราะเรื่องเพศเป็นเรื่อง ต้องห้าม ในสังคม เมื่อเห็นข้อความอย่างนี้ ทำให้เรารู้สึกตกใจ อาจจะมีคนไม่ชอบคนคนนี้ไปเลย แต่ผมเองไม่ถือสา ผมชอบกลวิธีการเล่นคำของเธอครับ น่าสนใจดี               
                นอกจากนี้ คำอวยพรของเธอในตอนแรก ก็สร้างอารมณ์ขัน เพราะเธอได้พลิกความคาดหมายคนอ่านข้อความ เพราะขึ้นต้นมาว่าจะอวยพรคนอ่าน กลายเป็นอวยพรตัวเอง นอกจากจะทำให้ขำ ยังทำให้รู้สึกว่า นังนี่มันช่าง................ เพราะการอวยพรคือการลดความเห็นแก่ตัวด้วยการเสนอสิ่งดีๆให้แก่คนอื่นๆ แต่นี่กลับอวยพรตัวเอง แต่ก็ให้อภัยได้ครับ เพราะเธอมีข้อความต่อท้ายว่า (ตกลงอวยเอง สวยเองซะงั้น)

               

 

 

 

                มาดูข้อความต่อไปกันเถอะครับ มาจากน้องผู้ชายคนหนึ่ง ชื่อเขาถ้าเป็นภาษาอังกฤษเป็นชื่อคน ภาษาไทยเป็นคำนามพยางค์เดียวครับ

                Dry your eyes and let all the sorrow be swallowed into this last star light. Shall the taste of this arriving grace constellate and you will be praised.

         

          อ่านแล้วลอยไหมครับ ผมลอยเลยแหละ

                ผมไปถามน้องคนนี้ว่า คิดได้ยังไง น้องเขียนpoem ได้เพราะมาก เขาบอกว่า จู่ๆผมก็คิดได้น่ะครับ น่ารักจริงๆลูกเอ๋ย ความเป็นกวีมันปรากฏออกมาแล้วล่ะลูก

                คำว่า poem เนี่ยนะครับ ไม่จำเป็นต้องมีสัมผัสหรอกครับ แต่ของน้องคนนี้มีสัมผัส เพียงแต่ สัมผัสต่อๆกันไป ไม่ได้เป็นตอนท้ายของวรรค นั่นคือ sorrow-swallowed และgrace-constellate-praised

                ส่วนเนื้อหาเนี่ย ถ้าถามว่าเขาอวยพรอะไรไหม ก็อวยพรให้เรามีความสุข ถ้าพูดถึงคอนเซปท์ก็ง่ายๆ แต่ดูสิ่งที่เขาเล่นด้วย เขาเล่นกับแสงดาว เขาเล่นกับ ดวงดาว เขาบอกว่าดาวจะดูดกลืนเอาความทุกข์ไป แสดงว่า ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่มากสนใจเรา แสดงว่าเราก็มีความสำคัญมากล่ะสิเนี่ย ฟังแล้วลอย เคลิ้ม แล้วน้องเขายังใช้คำว่า constellate ถ้าดูกันตามรากศัพท์ constellate มาจาก con (together) + stella (star) + ate (ทำให้เป็นกริยา) ก็น่าจะแปลว่า นำหมู่ดาวมารวมกัน เพราะฉะนั้น หมู่ดาวที่ได้ดูดกลืนความเศร้าเราไปแล้ว คราวนี้เรามารวมกัน แล้วมา สรรเสริญเรา

                โอ้ อ่านแล้วตัวลอย เขาชมว่าเรายิ่งใหญ่ในขณะอวยพรวันปีใหม่ให้เราด้วย สุดยอดมากครับ

               

                ข้อความต่อไป มาจากอาจารย์ที่โรงเรียนผมท่านหนึ่งครับ

                ภวตุสพฺพมงฺคลํ รกฺขนฺตุสพพเทวตา สพฺพรตนตยานุภาเวน สทา โสตฺถิ ภวนฺตุเต

 

          คนเห็นอาจจะแบบ เอ คนส่งมานี่แก่วัดรึเปล่า ไม่หรอกครับ อาจารย์ผมไม่ได้แก่วัด อาจารย์รู้ภาษาบาลีบ้าง แล้วก็บทนี้ จริงๆแล้วทุกคนน่าจะเคยได้ยินในเวลาพระสวดนะครับ อาจารย์แนวมาก แม้จะเป็นสิ่งที่เราได้พบได้เห็นกัน แต่พอมันมาอยู่ในบริบทนี้ (ซึ่งจริงๆมันก็อยู่ถูกบริบท อาจจะดูเหมือนว่าผิดเวลาบ้าง แต่เนื้อหามันถูกบริบท)  ทำให้เรางงๆแล้วก็ทำให้ข้อความน่าสนใจขึ้นมา

 

 

 

          ข้อความต่อไป มาจากเพื่อนผม ที่เป็นทหารแล้วครับ (จบร.ด.ปี5 พอจบป.ตรีก็จะเข้ากรม)

          ขณะนี้เวลา ๐๐.๐๑ ได้รับรายงานว่าเป็น

                    ปีใหม่แล้ว

                   ขอให้มีความสุขนะ

                   **** (ชื่อเพื่อนผม)

               

                อ่านแล้วตอนแรกงง เวลาทหารพูดว่า ได้รับรายงาน มันน่าตกใจจริงไหมครับ แล้วยิ่งมีเวลาที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงอย่าง ๐๐.๐๑ ทำให้เนื้อหาดูจริงจังมากขึ้น แต่แล้วก็พลิกความคาดหมาย โดยการพูดสิ่งที่น่ายินดีออกมา ก่อนจะอวยพรเพื่อน น่ารักจริงๆ

 

                ต่อไป เพื่อนคนนี้ บวชอยู่ครับ ตอนส่งมายังไม่บวชนะครับ

                มีความสุขเป็นขณะๆ
                กับชีวิตใหม่ทีละขณะๆ
                อยู่กับความจริงในปัจจุบัน

                ขณะๆ คำนี้คุ้นๆไหมครับ คำนี้มันมีนัยยะสื่อถึงการทำสมาธิครับ แสดงให้เห็นถึงลักษณะของเพื่อนผม ในเรื่องความสนใจทำวิปัสสนาครับ น่าสนใจมาก

 

                ต่อไปนะครับ

                An-other year has passed and proved lots about our relations Thx 4 sustaining my life. Hope each of ur wishes is fulfilled. Seize the ambience of joy!

          *** (ชื่อเพื่อนผม)

               

                จริงๆแล้ว เราอาจจะลืมกันไปนานนะครับ ว่าเราฉลองปีใหม่ทำไม อาจารย์สังคมก็เคยถามผมตอนผมอยู่ป.5 ผมก็อึ้งไป คำตอบก็คือ เราฉลองที่เรามีชีวิตอยู่จนมาถึงปีใหม่ได้ไงครับ เพื่อนคนนี้ก็แสดงถึงจุดประสงค์นั้นในข้อความของเขา

                และที่สำคัญเขายังแสดงสายใยของเขากับผู้ได้รับข้อความด้วยนะครับ ทำไมคนอ่านรู้สึกอบอุ่น จะเห็นได้จากคำจำพวก relations